โรคมะเร็งจัดเป็นโรคกรรม โรคเวร สาเหตุของโรคมะเร็งมีหลายอย่าง เช่น การโกงคนอื่นหรือการโกงงบประมาณแผ่นดิน, โรคมะเ็ร็งที่เกิดจากพันธุกรรม (กรรมที่พ่อแม่ทำไว้ สามารถตกทอดถึงลุกหลานได้ ดั่งกรรมะพันธุ), การบริโภคอาหารที่เป็นบ่อเกิดของมะเร็ง ฯลฯ
หนทางการรักษาโรคมะเร็ง มีหลายวิธี เช่น
1.การไปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี มีผู้คนที่เป็นโรคมะเร็ง จำนวนหลายท่านที่ไปปฏิบัติธรรม ที่วัดอัมพวัน แล้วหายจากโรคมะเร็ง รายละเอียดไปอ่านได้ในหนังสือกฎแห่งกรรม ธรรมปฏิบัติ (สามารถดาวส์โหลดไปอ่านได้เลย) คลิกที่ลิ้งค์นี้ :
6.การขอความเมตตากับหลวงพ่อจีราวัฒน์ วัดถ้ำรูปลับแลนคร ติดต่อหลวงพ่อได้ที่เบอร์ 081-1979177
7.การรักษาโรคมะเร็ง ตำหรับของหลวงพ่อจรัญ คือ นำลูกใต้ใบทั้ง 5 กับต้นไมยราบทั้ง 5 มาต้มกินต่างน้ำ (ทั้ง 5 หมายถึง ราก, ต้น, ใบ, ดอก, และผล)
8. หมั่นสวดพระคาถา "อุณหิสสะวิชะยะคาถา" มีพุทธานุภาพมากในด้านของการมีอายุยืนและยังทำให้สุขภาพแข็งแรง (มีอยู่ในคู่มือเปลี่ยนดวง แก้ไขกรรมด้วยตนเอง) อยู่ที่หน้า 90, ดาวส์โหลด
คู่มือเปลี่ยนดวง แก้ไขกรรมด้วยตนเอง
10.ทานยาน้ำพลูคาวหรือคาวตอง ส่วนหญ้าปักกิ่งไม่แนะนำ เพราะไม่ค่อยเห็นผล
11.ควรรับประทานอาหารที่ไม่มีน้ำตาลหรือไม่หวาน เพราะมะเร็งชอบของหวาน
12.ควรทานผักหรือผลไม้ให้มาก เช่น แอปเปิ้ล แอพริคอท บาร์เล่ย์ ผลไม้รสเปรี้ยว (หรือรับประทานน้ำผักหรือน้ำผลไม้) แครอท มะเขือเทศ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วแดง เป็นต้น
13.ไม่เครียด เพราะเวลาเครียดแล้วมะร็งจะแบ่งตัวเพิ่มขี้นง่าย
14. ส่วนการผ่าตัดหรือการทำคีโม ต้องพิจารณาด้วยตนเอง ควรไปสืบค้นข้อมูลเอง ว่าการผ่าตัดหรือทำคีโม กับการรักษาแบบชีวะจิตหรือยาแผนโบราณ แบบไหนที่ดีกว่า
** 15.อีกหนทางหนึ่งของคนป่วยเป็นโรคมะเร็ง ที่มีความหวังเหลือไม่มาก
"เมื่อหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา มีญาติของผู้ป่วยมะเร็งขั้นสุดท้ายมาอัญเชิญไปอวยพรให้คนป่วยถึงห้องพิเศษที่โรงพยาบาลสีคิ้ว องค์ญาณก็ไป แล้วบอกให้ญาตินำบายศรีไปถวายที่ตำหนัก เขาก็ทำตาม เดี๋ยวนี้คนป่วยลุกเดินเหินได้ กินข้าวกินน้ำได้ อาการเจ็บปวดก็ทุเลาเบาบางลงมาก แพทย์ให้ออกจากโรงพยาบาลกลับไปอยู่บ้านแล้ว พวกเขาจะพากันมากราบองค์พ่ออีกในไม่กี่วันนี้
อีกรายหนึ่งเป็นโรคหัวใจโต เมื่อ 3 เดือนก่อนก็เข้าหองไอซียู ทางญาติไปขอพรจากพระองค์ท่าน ท่านก็ต่ออายุให้ จนสบายดี ออกจากโรงพยาบาลมาอยู่บ้าน แต่ท่านว่าเมื่อถึงวันไหว้ครูใหญ่ ( ๑๕ มีนาคม) ให้ไปหาท่านที่ตำหนัก คนป่วยไม่ไป องค์พ่อจิตรา (ท้าวยมราช) ลงมาบอกว่า “กูนั่งรอมันใต้ต้นขนุน มันก็ไม่ยอมมาหาดุจที่มันรับปาก “ ท่านก็ไม่พอใจ เมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา คน ๆ นี้ก็ล้มป่วยลงอีก และหนักกว่าเดิม ทั้งโรคหัวใจโต ม้ามโต ตับโต แพทย์นำเข้าห้องผ่าตัด ลงมีดลึกไปนิดเดียวไปกรีดเอาตับเข้า เพราะตับก็โตขึ้นเช่นเดียวกัน ปรากฏเลือดไหลทะลักไม่หยุด พวกญาติพี่น้องระดมกันมาให้เลือดเพิ่ม ให้เลือดเข้าไปก็ไหลออกจากปากและจมูก ดูท่าจะจบชีวิตเสียในคืนนั้น พี่สาวซึ่งสนิทกับองค์ญาณจึงไปที่ตำหนัก ขอพรองค์พ่อ ๑๖ และองค์พ่อจิตรา องค์พ่อจิตราลงประทับร่างองค์ญาณ บอกว่ามันตระบัดสัตย์ มึงจะให้กูช่วยมันหรือ พี่สาวคนป่วยก็อ้อนวอนขอความเมตตาจากท่าน ท่านว่า กูเห็นแก่มึงที่ดีกับกูมาตลอด รับใช้กูด้วยความซื่อสัตย์ กูจะให้โอกาสอีกสักครั้ง มึงจะไม่ให้มันตายใช่มั้ย พี่สาวคนป่วยก็รับตามท่านถาม ท่านว่า กูจะให้มันอยู่ต่อไปอีก
เชื่อมั้ยครับ ถึงวันนี้น่ากลัวผ่านมาประมาณ 5 อาทิตย์แล้ว คนป่วยคนนี้ยังไม่ตาย แต่นอนทนทรมานอยู่ในโรงพยาบาล ทั้งหมอและนางพยาบาลต่างแปลกใจไปตาม ๆ กันว่าสภาพแบบนี้ทำไมจึงมีชีวิตอยู่ได้
ความจริงเรื่องนี้ยืดยาวมาก มีอดีตเป็นมาที่เกี่ยวพันกับองค์ญาณและองค์พ่อเหล็กไหล ไม่สามารถนำมาขีดเขียนได้ ขอเล่าเพียงให้ทราบว่า ท่านจะให้ใครตายก็ได้ จะให้ใครอยู่ก็ได้ จะทำให้หายป่วยก็ได้ ทำให้ทุกข์ทรมานสมใจท่านก็ทำได้ บางเรื่องที่เกี่ยวพันกับองค์พ่อเหล็กไหล แม้องค์พ่อ ๑๖ ต้องการช่วยเหลือให้หายป่วยก็ไม่สามารถขัดความต้องการขององค์พ่อเหล็กไหล หรือพยายมราชได้ องค์พ่อ ๑๖ (ท้าวเวสวัณ)ถึงกับตรัสว่า “ท้าวกุเวรนั้นเป็นเทพที่ทรงอิทธิฤทธิ์มาก บางเรื่องพ่อก็ไม่ก้าวก่ายเรื่องของท่าน”